Dior Saint-Tropez

หัวใจสำคัญของศิลปะแห่งอาหาร

ร้านอาหาร Monsieur Dior และ Le Café Dior โดย Mauro Colagreco ถ่ายทอดวิถีชีวิตอันสดใสและอ่อนโยนแห่งเฟรนช์ริเวียร่าท่ามกลางสวนใน Saint Tropez โดยเชฟระดับสามดาวมิชลินผู้นี้นำสายสัมพันธ์ระหว่าง Christian Dior กับ Provence มาตีความใหม่ผ่านเมนูอาหารแสนงดงาม ที่ซึ่งวัตถุดิบและสีสันผสานรวมกับภูมิทัศน์ทางตอนใต้ ราวกับจุดแวะพักชวนหลงใหลที่สะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของ Côte d’Azur ด้วยการตกแต่งที่ประณีตและเรียบหรู 

Monsieur Dior โดย Mauro Colagreco

ร้านอาหาร Monsieur Dior ภายใต้การดูแลของ Mauro Colagreco ซึ่งห่างจากท้องทะเลเพียงไม่กี่ก้าว เผยเมนูสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องสวนในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่ Christian Dior หลงใหลอย่างลึกซึ้ง เพื่อเฉลิมฉลองศิลปะแห่งการต้อนรับที่เฮาส์ชื่นชอบ

มื้อกลางวันที่ Monsieur Dior

พบกับ Déjeuner de soleil ประสบการณ์การลิ้มรสอาหารตามสั่งที่เต็มไปด้วยความสดใสและเบาสบาย พร้อมกับร่วมเฉลิมฉลองความสดใสเบิกบานของ สวนที่อาบด้วยแสงแดด

 

ร้านอาหาร Monsieur Dior ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกวัน โดยมื้อกลางวันจะให้บริการตั้งแต่เวลา 12.15 - 14.00 น.

มื้อค่ำที่ Monsieur Dior

Dîner de lune คือเมนูอาหารสำหรับชิมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยามค่ำคืน ในช่วงเวลาที่สวนเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเฉลิมฉลองและเสน่ห์ชวนหลงใหล นอกจากนี้ยังมีอาหารตามสั่งให้บริการอีกด้วย

 

ร้านอาหาร Monsieur Dior ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกวัน โดยมื้อค่ำจะให้บริการตั้งแต่เวลา 19.00 - 21.45 น.

Café Dior

เพื่อสานต่อมนตร์เสน่ห์ Le Café Dior ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมลิ้มรสอาหารชั้นเลิศภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่น กับขนมอบแสนอร่อยและขนมหวานอันยอดเยี่ยมที่จะบอกเล่าถึงความสง่างามของพืชพรรณ ซึ่งได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองที่โดดเด่นของ Dior

มื้อเช้ารสเลิศที่ Café Dior

ช่วงเวลา แห่งการเริ่มต้นวันใหม่ใจกลางสวนพร้อมกับความนุ่มนวล บทกวี และความสง่างาม

 

Café Dior ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกวัน โดยมื้อเช้าจะให้บริการตั้งแต่เวลา 9.30 - 10.45 น. (แนะนำให้จองล่วงหน้า)

จิบน้ำชายามบ่ายที่ Café Dior

เฉลิมฉลองความงดงามของสวนด้วยความบริสุทธิ์ ความอุดมสมบูรณ์ และความสง่างามเหนือระดับ เผยองค์ประกอบจากดอกไม้อันเป็นที่รักยิ่งของ Christian Dior อย่างงดงาม พร้อมกับความสมบูรณ์แบบของรูปทรงและเฉดสีที่ละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ ดอกไวโอเล็ตและดอกดาห์เลีย เพื่อเฉลิมฉลองธรรมชาติที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

 

Café Dior ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกวัน โดยน้ำชายามบ่ายจะให้บริการตั้งแต่เวลา 15.30 - 17.00 น. (แนะนำให้จองล่วงหน้า)

เชฟ Mauro Colagreco

Mauro Colagreco ผู้ที่ส่งเสริมแนวคิดอาหารแบบหมุนเวียนซึ่งคำนึงถึงโลกและความต้องการของธรรมชาตินั้นพยายามมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มความสามารถอยู่เสมอ

 
เมื่อเพียง 20 ปีที่แล้วในปี 2006 ด้วยการก้าวข้ามขนบธรรมเนียมและขีดจำกัดอย่างไม่หยุดยั้ง เขาได้ก่อตั้งร้านอาหาร Mirazur ร่วมกับครอบครัวในเมืองม็องตง ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศอิตาลีมาก โดยเป็นร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาวที่ได้รับการโหวตให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019* (โดย The World’s 50 Best Restaurants) ปรัชญาการใช้ชีวิตของเขาที่สอดประสานกับธรรมชาติอย่างสมบูรณ์นั้น ได้สะท้อนอยู่ในพื้นที่ที่ยังคงความบริสุทธิ์แห่งนี้ ซึ่งมีขนาดกว่า 22 เฮกตาร์และอุทิศให้กับเกษตรกรรมแบบเพอร์มาคัลเชอร์และสวนเกษตรชีวพลวัต

 
อาหารที่ร้านล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งนี้และสะท้อนถึงความรักที่เชฟมีต่อภูมิภาคนี้ อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นไปตามฤดูกาลและข้างขึ้นข้างแรม ในปี 2020 Mirazur ได้กลายเป็นร้านอาหารแห่งแรกที่ได้รับการรับรอง Plastic Free Certification ซึ่งมีความเข้มงวดสูง อันเป็นผลสำเร็จจากความพยายามและการวิจัยนานหลายปีเพื่อขจัดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งออกจากครัวของร้าน

 
ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเขาที่มีต่อโลกและมหาสมุทรได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ซึ่งได้เชิญให้เขาดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านความหลากหลายทางชีวภาพในปี 2022 ในปีถัดมา Mauro Colagreco ก็ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นอัศวิน และได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานฝ่ายเชฟของสมาคม Relais & Châteaux บทบาทที่สำคัญและเกื้อกูลกันเหล่านี้เป็นเสมือนส่วนต่อขยายตามธรรมชาติในชีวิตการทำงานของเขาเพื่อมุ่งสู่ศาสตร์การทำอาหารที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของเขาในการปกป้องมรดกทางอาหารของโลกในทุกๆ วัน 

 
เชฟท่านนี้ยังบรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในหัวข้ออิทธิพลของจักรวาลที่มีต่อวิทยาการอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ไร้แอลกอฮอล์

 
ณ ปัจจุบัน ในฐานะผู้นำของสถานประกอบการหลายแห่ง ทั้งในลอนดอน โตเกียว ฮ่องกง กรุงเทพฯ ปาล์มบีช และบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้แบ่งปันความเชื่อและขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ Mauro Colagreco ได้เดินตามความฝันของเขาโดยการนำความห่วงใยที่มีต่อโลกของเรามาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเป็นระบบ

 
*อ้างอิงจากการจัดอันดับของ The World’s 50 Best Restaurants
 

"ด้ 'With Monsieur Dior in Saint-Tropez' นี้ มุ่มั่ที่ถ่จิวิ House of Dior ห่ Christian Dior ซึ่ก็คืรัที่มีต่ย่สุหั ซึ่ป็ล่บัอัม่รู้ที่มืป็พื้ที่พัพิจิ สำรัล้ ติม่ด้ป็พีค่สิ่ที่ช้ดัต่ท่นั้ ต่ยัป็ร้ รู้สึ ปัด้

 

ล้ด้รับัติ ซึ่ป็สิ่ที่ที่ลี่ยู่ที่ลี่ป็ที่มีทั้ป็อิม่ยำ ถึส้ รู สีสัชุอัป็ลัณ์ส์ นืสิ่อื่ก็คืบัซ์วัอัป็ลัณ์ย่น่ทึ่ที่นั่ ซึ่รีมืวีห่ดิร์นีทุ

 

ยัมุ่น้ที่ง่ที่ยึมั่ก่ท้ Monsieur Dior... ส่กัอี ดู ม่ยำท่ท่ ร้ด้ป็ดั่ดิน่ท่อัอุ่ท่ผือั ท่ป็กูตูร์ ว่จำณ์รู้สึ
Mauro Colagreco