House Of Dior Shinsaibashi
House of Dior Shinsaibashi

เพื่อเฉลิมฉลองความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่าง Dior กับประเทศญี่ปุ่น เมซงได้เปิดตัว House of Dior แห่งใหม่ที่โดดเด่นอย่างไม่เหมือนที่ใดมาก่อน ณ ใจกลางย่านชินไซบาชิอันคึกคักของเมืองโอซาก้า
ด้านหน้าของอาคารที่เป็นผลงานชิ้นเอกเชิงเทคนิคอันมีรูปทรงโค้งมนพลิ้วไหวนั้นออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Sou Fujimoto โดยการออกแบบนี้เปรียบเสมือนการสดุดีความวิจิตรบรรจงของโอต์กูตูร์ ที่สื่อถึงการทิ้งตัวอันพลิ้วไหวและเลเยอร์ของเนื้อผ้าของชุดเดรสที่รังสรรค์โดย Christian Dior ส่วนการตกแต่งภายในที่ครอบคลุมพื้นที่สี่ชั้นของ 'อาณาจักรแห่งความฝัน' แห่งนี้รังสรรค์โดยสถาปนิกที่มีนามว่า Peter Marino ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนอันโอ่อ่าที่โอบล้อมผลงานประติมากรรมของ Alice Aycock
โลกหลากหลายแบบของเฮาส์ตั้งแต่มรดกล้ำค่าของ Dior ไปจนถึงความทันสมัยเหนือกาลเวลานั้นได้รับการถ่ายทอดผ่านบรรยากาศอันอบอุ่นด้วยโทนสีสว่างสดใส ที่สอดแทรกอัตลักษณ์อันเป็นอมตะของ Dior อย่างพื้นไม้ปาร์เกต์ลายแวร์ซายส์เข้าไว้ด้วย
โดยชั้นหนึ่งจัดแสดงแอคเซสเซอรี่ รองเท้า และเครื่องหนังที่คัดสรรมาอย่างดีสำหรับคุณผู้หญิง ที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยน้ำหอมจาก La Collection Privée และงานจิวเวลรี่ พร้อมมีสวนแนวตั้งที่พลิกโฉมพื้นที่วิจิตรงดงามแห่งนี้ให้กลายเป็นสวรรค์อันเขียวขจี
ชั้นสองเผยให้เห็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดย โจนาธาน แอนเดอร์สัน พร้อมด้วยกระเป๋าอันยอดเยี่ยมมากมาย ส่วนชั้นสามซึ่งตกแต่งด้วยเก้าอี้อาร์มแชร์สีน้ำเงินเนวี่เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความร่วมสมัยนั้นก็ได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันแรงกล้าของเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายจาก Dior
เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์แห่งการเป็นเจ้าของแกลเลอรีและมิตรภาพที่ Christian Dior มีต่อเหล่าศิลปินในยุคนั้น สถานที่อันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้จึงเป็นแหล่งรวมผลงานโดดเด่นมากมาย ตั้งแต่ผลงานของ Christian Bérard ผู้เป็นเพื่อนของผู้ก่อตั้งกูตูร์ที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับบูติกแห่งแรกของเขาอย่าง Colifichets ไปจนถึงม้านั่ง Ginko อันเป็นสัญลักษณ์ของ Claude Lalanne, เฟอร์นิเจอร์ของ Franck Evennou และการตีความลวดลาย toile de Jouy ขึ้นมาใหม่โดย Tim Hailand
พร้อมเซอร์ไพรส์ส่งท้ายด้วยผลงานการจัดดอกไม้หลายชิ้นที่รังสรรค์โดย Azuma Makoto ซึ่งนำศิลปะการจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นหรืออิเคบานะ (Ikebana) มาถ่ายทอดความหลงใหลในธรรมชาติของกูตูเรียร์ได้อย่างแยบยล
ร่วมสัมผัสประสบการณ์บนมือถือที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อทำความรู้จัก House of Dior Shinsaibashi ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่เรื่องราวเบื้องหลังแรงบันดาลใจ ไปจนถึงบรรดาศิลปินและผลงานศิลปะที่ช่วยเติมเต็มคุณค่าให้แก่บูติก Dior อันโดดเด่นแห่งนี้
Monsieur Dior by Anne-Sophie Pic
ห้องอาหาร Monsieur Dior by Anne-Sophie Pic มอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนเหนือกาลเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบโดย Peter Marino เพื่อสดุดีความงามของสวน
Anne-Sophie Pic เชฟหญิงที่ได้รับดาวมิชลินมากที่สุดในโลก ได้รังสรรค์เมนูพิเศษด้วยชุดผลงานอาหารที่ตีความสัญลักษณ์ต่างๆ ของ Dior ขึ้นใหม่ ตั้งแต่ลวดลาย Cannage ไปจนถึงรูปทรงรี ลายพิมพ์เสือดาว และผึ้ง.
ด้วยชื่อที่ไพเราะราวกับบทกวีอย่าง La Toile Blanche, Les Pétales และ La Pelote อาหารเหล่านี้จึงเผยให้เห็นถึงความสง่างามระดับกูตูร์ ซึ่งขับเน้นออกมาอย่างงดงามด้วยความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของเชฟ
ที่ซึ่งองค์ประกอบ เนื้อสัมผัส และการผสมผสานอันวิจิตรบรรจงได้รับการถ่ายทอดผ่านความลงตัวอันน่าหลงใหลระหว่างศิลปะการปรุงอาหารชั้นสูงของฝรั่งเศสและวัตถุดิบจากญี่ปุ่น

เชฟ Anne-Sophie Pic
Anne-Sophie Pic บุคคลผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งวงการอาหารฝรั่งเศส มีชื่อเสียงในด้านการทำอาหารที่ทั้งละเมียดละไมและกล้าที่จะแตกต่าง โดดเด่นจากความซับซ้อนของกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการดำเนินตามปรัชญา "Suffusion" เธอได้รังสรรค์เมนูอาหารที่สำรวจการผสมผสานของเนื้อสัมผัสและรสชาติ ซึ่งยกระดับการรับประทานอาหารให้ลงตัวยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่กับไวน์อันหลากหลายที่เลือกสรรมา ด้วยความมุ่งมั่นในการค้นหาการผสมผสานใหม่ๆ ให้กับร้านอาหารของเธอที่มีอยู่ทั่วโลก เธอจึงได้รังสรรค์สิ่งเหล่านี้ขึ้นที่ Pic Lab ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางอาหารของเธอ ณ เมือง Valence ที่ซึ่งเธอและทีมงานได้ร่วมกันค้นหาความหลากหลายของกลิ่นหอมจากผลผลิตในแต่ละท้องถิ่น โดยมีพืชพรรณเป็นหัวใจหลักในการทำอาหาร ผลงานสร้างสรรค์อันเป็นไอคอนิกของเธออย่างเมนู Berlingots ASP© และ Millefeuille blanc ล้วนสะท้อนถึงการแสวงหาความกลมกลืนดังกล่าว
...






